head-bannongkranak-min-1
วันที่ 5 ธันวาคม 2021 2:34 PM
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านหนองขนาก
โรงเรียนบ้านหนองขนาก
หน้าหลัก » นานาสาระ » โรคความดันโลหิตสูง นอกจากควบคุมเกลือแล้วก็ควรใส่ใจกับอาหารเหล่านี้ด้วย

โรคความดันโลหิตสูง นอกจากควบคุมเกลือแล้วก็ควรใส่ใจกับอาหารเหล่านี้ด้วย

อัพเดทวันที่ 14 ตุลาคม 2021

โรคความดันโลหิตสูง ด้วยมาตรฐานการครองชีพที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จำนวนผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงจึงเพิ่มขึ้น ความดันโลหิตสูง กลายเป็นโรคเรื้อรังที่พบได้บ่อยในชีวิต เกือบทุกๆ 10 คน จะมีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง 7 ราย หลังจากเป็น โรคความดันโลหิตสูง จะต้องควบคุมความดันโลหิตให้ถูกจังหวะ และมีประสิทธิภาพ ไม่เช่นนั้นจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนร้ายแรงหลายอย่าง

เช่น ภาวะสมองขาดเลือด หัวใจล้มเหลว เป็นต้น ซึ่งจะทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยลดลงอย่างจริงจัง ดังนั้น เราจึงต้อง ให้ความสนใจกับความคงตัวของความดันโลหิตในชีวิตประจำวัน อันที่จริง การเกิดความดันโลหิตสูง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับปัจจัยทางพันธุกรรมเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับอาหารประจำวันอีกมาก หากคุณต้องการรักษาความดันโลหิตให้คงที่ขึ้น คุณต้องลดการรับประทานอาหารต่อไปนี้

โรคความดันโลหิตสูง

ก่อนที่จะเข้าใจอาหารเหล่านี้ อันดับแรก ให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างความดันโลหิตสูงกับเกลือ ทุกคนรู้ดีว่าการรับประทานเกลือมากเกินไป อาจทำให้ความดันโลหิตสูงได้ ทั้งนี้ เพราะส่วนผสมหลักในเกลือคือ โซเดียมคลอไรด์ เมื่อร่างกายได้รับโซเดียมมากเกินไป จะทำให้เกิดการกักเก็บน้ำและโซเดียม ซึ่งจะนำไปสู่ปริมาณเลือดเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความดันโลหิตเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ การรับประทานเกลือมากเกินไป อาจทำให้เซลล์กล้ามเนื้อเรียบขยายและบวม ซึ่งจะทำให้โพรงหลอดเลือดแคบลง การไหลเวียนของเลือดจะช้าลง และความดันโลหิตก็จะเพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้น สำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง จึงจำเป็นต้องควบคุมการรับประทานเกลือ แน่นอนว่า นอกจากการควบคุมเกลือแล้ว ยังจำเป็นต้องรับประทานอาหารต่อไปนี้ ให้น้อยลงด้วย

หากคุณต้องการหลีกเลี่ยงภาวะความดันโลหิตสูงได้ดีขึ้น นอกจากการควบคุมการบริโภคเกลือแล้ว คุณควรใส่ใจกับสิ่งต่อไปนี้ด้วย ได้แก่ อาหารแคลอรีสูง มักหมายถึงอาหารที่มีไขมันสูง และอาหารที่มีน้ำตาลสูง การบริโภคอาหารที่มีไขมันสูงเป็นเวลานานจะสะสมในร่างกาย เมื่อไม่สามารถบริโภคไขมันมากเกินไปได้ทันเวลา ซึ่งจะไม่เพียงแต่ทำให้อ้วนเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความดันโลหิต ความหนืดช่วยลดอัตราการไหลของเลือด ซึ่งจะทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น

อาหารที่มีน้ำตาลสูงมากเกินไป อาจทำให้การเผาผลาญกลูโคสในเลือดผิดปกติในร่างกาย เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน และส่งผลต่อความดันโลหิตในร่างกาย ดังนั้น หากคุณต้องการรักษาความดันโลหิตให้คงที่ คุณต้องลดการบริโภคอาหารเหล่านี้ในแต่ละวัน อวัยวะภายใน หลายคนชอบกินเครื่องในของสัตว์ โดยเฉพาะเมื่อย่าง แม้ว่าเครื่องในของสัตว์จะมีสารอาหารมากกว่า แต่ก็ควรใส่ใจในการกินอย่างเหมาะสมด้วย

เนื่องจากนอกจากสารอาหารบางชนิดแล้ว อวัยวะภายในของสัตว์ยังมีไขมัน และโคเลสเตอรอลจำนวนมาก และพวกมันกินอาหารนี้ เป็นจำนวนมากและเป็นเวลานาน จะทำให้สารไขมันจำนวนมากสะสมในหลอดเลือด และยังเพิ่มคอเลสเตอรอลในร่างกาย ซึ่งจะเพิ่มภาระให้กับหลอดเลือด ทำให้เกิดความดันโลหิตสูงและอาจนำไปสู่ การเผาผลาญโปรตีนผิดปกติในร่างกายในกรณีที่รุนแรง

อาหารรสจัดจ้านยั่วยวน หลายคนในชีวิตมีนิสัยชอบกินอาหารรสเผ็ด ถึงแม้จะไม่เผ็ดก็ตาม แม้ว่าการกินอาหารที่ทำให้ระคายเคืองแบบนี้จะเพลิดเพลินมาก แต่ก็สร้างความเสียหายให้กับร่างกายได้มาก การบริโภคอาหารเหล่านี้ในปริมาณมากในระยะยาว จะทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหาร และเพิ่มโอกาสในการเป็นโรคกระเพาะ

นอกจากนี้ ยังจะช่วยกระตุ้นหลอดเลือด ก่อให้เกิดความเห็นอกเห็นใจเส้นประสาทที่จะยังคงตื่นตัว ซึ่งจะนำไปสู่ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น และมันก็ยังเป็นเรื่องง่ายที่จะก่อให้เกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือดอื่นๆ นอกจากนี้ การบริโภคอาหารรสเผ็ดในปริมาณมากในระยะยาว จะทำให้โกรธได้ง่าย ซึ่งจะทำให้อุจจาระแห้งมาก ซึ่งจะนำไปสู่อาการท้องผูก หากความดันในช่องท้องจะเพิ่มขึ้น ในระหว่างกระบวนการถ่ายอุจจาระ ซึ่งจะทำให้ความดันเลือดสูงขึ้นด้วย

ดังนั้น ให้พยายามกินอาหารรสเผ็ด และกระตุ้นในชีวิตประจำวันของคุณ จากนี้จะเห็นได้ว่า หากต้องการรักษาความดันโลหิตให้คงที่ดีขึ้น ก็ไม่ควรโลภ การกินอาหารที่กล่าวมาข้างต้นให้น้อยลง รักษาความดันขึ้นง่าย และใส่ใจให้โกรธน้อยลง ไม่นอนดึก และเพิ่มปริมาณการออกกำลังกายในชีวิตประจำวันของคุณอย่างเหมาะสม และการดื่มน้ำในปริมาณมากต่อวัน สิ่งเหล่านี้ ยังสามารถช่วยรักษาความดันโลหิตให้คงที่ได้ในระดับหนึ่ง

อาหารสำเร็จรูปและแปรรูป มักจะมีปริมาณโซเดียมสูง ดังนั้น ควรให้ความสำคัญกับฉลากอาหาร ยืนยันปริมาณโซเดียม และควบคุมปริมาณโซเดียมในอาหารแปรรูป นอกจากนี้ ให้ความสนใจกับฉลากที่ทำให้เกิดความสับสน เช่น ไม่มีเกลือ ไม่ได้หมายความว่า ไม่มีโซเดียม โซเดียมต่ำหมายถึง ไม่เกิน 140 มิลลิกรัม เป็นต้น เรียนรู้การอ่านฉลากอาหาร และอย่าปล่อยให้ตัวเองกินโซเดียมมากเกินไปโดยไม่รู้ตัว

จะหลีกเลี่ยงการบริโภคโซเดียมมากเกินไปได้อย่างไร อธิบายได้ ดังนี้ การลดปริมาณเกลือที่ใช้ปรุงอาหาร วิธีที่สำคัญที่สุดคือการควบคุมเกลือที่ใช้ในการประกอบอาหาร ปริมาณเกลือ ต่อคนต่อมื้อ ไม่ควรเกิน 2 กรัม และไม่เกิน 6 กรัม ต่อวัน ซึ่งเท่ากับฝาแบนหลังจากถอดแผ่นยางของขวดเบียร์ปกติ เวลาใส่เกลือ อย่าใส่ตามความรู้สึก แนะนำให้ใช้ช้อนเกลือ หรืออุปกรณ์อื่นๆที่สามารถวัดได้

การกินเครื่องปรุงรสที่มีเกลือสูง และอาหารแปรรูปให้น้อยลง ลดการบริโภคเครื่องปรุงรสที่มีเกลือสูง เช่น ซีอิ๊วขาว และโมโนโซเดียมกลูตาเมต รวมทั้งอาหารแปรรูป เช่น มัสตาร์ด ของดอง แฮม ของดอง เต้าหู้หมัก เมล็ดคั่ว และถั่ว ซึ่งมีโซเดียมสูงทั้งหมด การใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติในการปรุงรส เนื่องจากผักบางชนิดมีรสจัด เช่น พริกหยวก มะเขือเทศ หัวหอม เห็ดชิตาเกะ เป็นต้น

ซึ่งสามารถปรุงร่วมกับอาหารรสเบาๆ ให้เข้ากันได้ รสเปรี้ยว เช่น น้ำส้มสายชู น้ำมะนาว น้ำแอปเปิ้ล น้ำมะเขือเทศฯลฯ ซอสยังสามารถเพิ่มรสชาติให้กับอาหารสำหรับผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ที่ไม่เป็นเบาหวาน สามารถใช้รสหวานและเปรี้ยวเพื่อลดความต้องการรสเค็ม

 

 

บทควาทที่น่าสนใจ :   food ที่มีคุณค่าทางโภชนาการของอาหารที่มีรสชาติไม่อร่อย

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
Banner 1
Banner 2
Banner 3
Banner 4